ดร.ชนม์ชนก วีรวรรณ ประธานสหพันธสมาคมสตรีนักธุรกิจ และวิชาชีพสากล
          ดร.ชนม์ชนก วีรวรรณ เป็นสตรีไทยคนแรกที่ได้รับเกียรติ ให้ดำรงตำแหน่งประธาน สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจ และวิชาชีพสากล (BPW International) คนที่ 21 ในการ ประชุมคองเกรส ณ เมืองลูเซิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เธอเป็นผู้หญิง จากเอเชียคนแรก ในรอบ 75 ปี ทั้งยังเป็นประธานที่มีอายุน้อยที่สุดของ The federation of Business and Professional Women'Association หรือ BPW ซึ่งเป็น องค์กรรที่มีสมาชิกกว่า 40,000 คน จากกว่า 90 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้เธอ ยังรั้ง ตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาขององค์การสหประชาชาติด้วย
          ดร.ชนม์ชนก จบปริญญาตรีวิทยาการคอมพิวเตอร์ จาก University of South
Carolina ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2526 ปริญญาโทและปริญญาเอกสาขาเดียวกันในปี พ.ศ.2528 และ
ปี พ.ศ.2537 จาก Purdue University ประเทศเดียวกัน ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการงาน e-Marketing and Web Service ธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน)
ผลงานเด่นระดับต่างประเทศ
          เธอเป็นผู้ประสานงานของ BPW International ในระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ผู้แทนในสหประชาชาติ ของสภาสตรี แห่งประเทศไทยฯ ประธานคณะกรรมการสหประชาชาติ รองประธานสากลคนที่ 1 ของ "บีพีดับเบิลยู" และเป็นผู้ริเริ่มแข่งขัน BPW International Competition WBeyond 2000:Helping Women Help Themselves" ซึ่งสามารถช่วยเหลือสตรีกว่า 45,000 คน ให้ช่วยตนเองได้ โดยการเพิ่มศักยภาพ ฝีมือ แนวทาง และความรู้ให้หาเลี้ยงชีพตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 - 2548
          เธอเคยประสบความสำเร็จในการล็อบบี้กลุ่ม G77 and China ในการประชุมขององค์การสหประชาชาติ ว่าด้วยสถานภาพสตรี (CSW) ครั้งที่ 46 ในปี พ.ศ.2545 ให้เห็นพ้องกับประเด็นที่ NGO ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เสนอเพื่อลดปัญหาความยากจนที่กระทบต่อผู้หญิง เคยรับรางวัล Jennifer Cox สำหรับการแสดงผลงาน ยอดเยี่ยม ของภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ระหว่าง ปี พ.ศ.2542 - 2545 จาก BPW เมื่อตุลาคม พ.ศ.2545
ผลงานระดับประเทศ
          เธอเคยเป็นอาจารย์สอนพิเศษด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ระดับปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยมหิดล และสถาบันบัณฑิต พัฒนบริหารศาสตร์ เป็นหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ และหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัย และพัฒนา วิศวกรรมภาษา และซอฟต์แวร์ เนคเทค ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในช่วงเวลากว่า 3 ปีที่ ดร.ชนม์ชนก เข้ารับ ตำแหน่งประธานนักธุรกิจ สากลโลก เธอมีความตั้งใจว่าจะปรับเป้าหมาย และปรับปรุงรูปแบบองค์กรบริการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของสตรี นักธุรกิจ และวิชาชีพ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อพัฒนาศักยภาพสตรี ในการ ทำงานทุกระดับ มุ่งเน้นการเพิ่มบทบาทสตรีในการส่งเสริม เสรษฐกิจ และส่งเสริมให้ก้าวสู่ตำแหน่งผู้บริหาร ที่มีอำนาจ ในการตัดสินใจในวงการต่าง ๆ โดยการเสริมสร้างศักยภาพ ของสตรีและส่งเสริม ทางด้านนโยบาย
          เธอกล่าวถึงโครงการในอนาคตว่า การพัฒนาศักยภาพของสตรีจะไม่จำกัด หรือเน้นแต่ผู้หญิงในระดับรากหญ้า เหมือนแต่ก่อน ทว่าจะเริ่มหันมาพัฒนาสตรีนักธุรกิจ ที่อาจจะเพิ่งเข้าสู่ช่วงเริ่มต้น อีกทั้งบรรดาสตรีนักธุรกิจรุ่นเก่า ๆ ที่มากด้วยประสบการณ์ในองค์กร ซึ่งน่าจะสามารถให้คำแนะนำและช่วยเหลือคนรุ่นหลัง ให้พัฒนาเพื่อประสบความสำเร็จ ได้เร็วขึ้น ดังนั้น จึงต้องการเบนเข็มทิศ ขององค์กรให้มาพัฒนา โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนา ผู้หญิงที่เป็นนักธุรกิจ และวิชาชีพ ให้ก้าวหน้าในธุรกิจ และวิชาชีพของตัวเอง ให้ไปสู่ตำแหน่งของผู้มีอำนาจในการตัดสินใจได้มากขึ้น หรือ เรียกว่า "การพัฒนาผู้นำ"
          เธอยังกล่าวต่ออีกว่า กว่า 75 ปี ที่สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจ และวิชาชีพสากล (BPW International) ถูกก่อตั้งขึ้นมา ที่ผ่านมาเห็นว่าการเรียกร้องของผู้หญิงสมัยก่อน ส่วนใหญ่มากต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิสตรี แต่ที่สำคัญ อยู่ตรงผู้หญิงต้องใช้สิทธิ ของตนเองให้เป็น แต่ทุกวันนี้แม้มีสิทธิแล้ว แต่ความเสมอภาคไม่เกิด ซึ่งมาจากหลาย ๆ เหตุผลประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัด จากสังคม หรือขึ้นอยู่กับตัวผู้หญิงก็ยังไม่ใช้สิทธิของตนเท่าที่ควร อาทิ การเข้าสู่ เวทีการเมือง หรือการก้าวสู่ระดับผู้บริหารของผู้หญิง ที่ในปัจจุบันนี้มีน้อยมาก บางส่วนอาจมีผล มาจากนโยบาย ของ องค์กร ที่ทำให้ผู้หญิงเป็นผู้บริหารไม่ได้ อีกปัจจัยสำคัญ ยังขึ้นกับตัวผู้หญิง เองด้วย เนื่องจากผู้หญิง มักจะมองว่า ความสำเร็จสูงสุดในชีวิต ไม่ใช่แค่เพียงความสำเร็จของหน้าที่การงาน หากแต่หมายรวม ถึงครอบครัว ต้องมีความสุข ควบคู่ไปด้วย ขณะที่ผู้ชายจะเน้นด้านการงานมากกว่าครอบครัว
          ดังนั้น เป้าหมายที่วางไว้ในการที่จะยกระดับสถานภาพสตรีให้สูงขึ้นนั้น ผู้หญิงจำนวนต้องแสดงศักยภาพจุดยืน รู้จัก พัฒนา ความสามารถให้เท่าเทียมผู้ชาย มีความพร้อมในทุกด้าน มีชีวิตสมดุลทั้งด้านการงานและครอบครัว ใช้โอกาส ในการแสดงองค์ความรู้ ในวิชาชีพในเวลาที่เหมาะสม และขณะเดียวกันยังต้องก้าวไปสู่ความเสมอภาค ในการดำรง ตำแหน่ง ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจได้ด้วย