จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์
           น.ส.จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ถึงจะเป็น ส.ส.หญิงสมัยที่ 2 แล้ว แต่ก็เป็น ส.ส.ระบบการ เลือกตั้งแบบแบ่งเขตสมัยแรก บอกว่าเธอไม่รู้สึกอะไรกับคำคำนี้ เพระาถ้าบอกว่าเป็น ไม้ประดับ ก็แสดงว่าเรามีสีสันที่สวยงาม "แบม" ชอบเปรียบเทียบผู้หญิงกับแครอท คือ มีสีสัน เอาไปประดับจานก็ได้ทานก็ได้แถมอร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะฉะนั้น เราไม่ว่าอะไร และเรายินดี ที่จะเป็นไม้ ประดับที่มีคุณค่า ขอให้ดูที่การทำงาน ดูที่ผลงาน ดีกว่า ส.ส.คนสวยแถมฝีปากกล้า ยังด้วยว่า ถ้าผู้หญิงเข้ามาอยู่ในสภาแล้ว ทำให้สภาดูดีขึ้น เธอก็มีความสุข แต่ไม่อยากให้มองแค่นั้น อยากให้มองว่า ประดับแล้วมีประโยชน์ ด้วย หรือเปล่า เพราะจริง ๆ แล้วในการทำงาน เรื่องเพศ ไม่ใช่ข้อจำกัด ไม่ว่าผู้หญิงหรือชาย
ก็สามารถทำงานได้เหมือนกันอย่างไรก็ตามทุกคะแนน ที่ประชาชนเทให้ เธอเหล่านั้นยังหวังว่า เธอจะเข้าไป เป็น
ดอกไม้เหล็กในสภา มิใช่แค่เพียงไม้ประดับ เพิ่มเติมสีสันเท่านั้น ด้วยปัญหาของเด็กและสตรี ยังมีอีกมากที่รอการ แก้ไข
หลากเรื่องต้องอาศัยการผลักดัน ของสตรีด้วยกันเพื่อให้สังคมเข้าใจ
          แม้ว่าการเลือกตั้ง ปี 2548 ที่ผ่านมา รัฐสภาไทยได้ ส.ส.ชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศแล้วก็ตาม แต่เมื่อพิจารณา ถึงสัดส่วน ส.ส. หญิง พบว่ายังมีน้อยมากเมื่อเทียบกับ ส.ส.ชาย คือราว ๆ 53 คน จาก ส.ส.500 คน คิดเป็นร้อยละ 10.6 ของจำนวน ส.ส.ทั้งหมด ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดของผู้หญิง แห่งยุคสมัยที่เชื่อว่า การเมืองไทย ไม่ใช่เรื่อง ของผู้ชายแต่ฝ่ายเดียวอีกต่อไป ผู้หญิง สามารถเคียงคู่กับผู้ชาย ในการมีส่วนร่วมทางการเมือง การปกครอง และการบริหารประเทศได้
          พรรคการเมืองหลายพรรคเพริ่มหันมาให้ความสำคัญต่อการกำหนดนโบาย เอาใจผู้หญิง และสังคมเพิ่มขึ้น ดังจะเห็นได้จาก การหาเสียงในการเลือกตั้ง ปี 2548 ที่ผ่านมา พรรคการเมืองต่าง ๆ ได้กล่าวถึง นโยบายสตรีเพื่อสตรี อาทิ
          - พรรคชาติไทย กล่าวถึงนโยบายสตรีเลือกตี้ง ปี 2548 ว่าพรรคจะดำเนินการขจัดการเลือกปฏิบัติ ในทุกรูปแบบ เพื่อคนทุกเพศ ขจัดความรุนแรงในทุกกลุ่มของสังคม และสร้างความเป็นหุ้นส่วนให้เกิดขึ้นทั้งหญิงและชาย
          - พรรคประชาธิปัตย์ ได้วางเป้าหมายในการสร้างสังคมเสมอภาค เป็นธรรม และสันติวิธี ผลักดันและแก้ไข กฎหมายใด ๆ ที่ยังเลือก ปฏิบัติต่อบุคคล ...เราจะดูแลสุขภาพอนามัยผู้หญิงครบวงจร
          - พรรคไทยรักไทย ได้ประกาศความมุ่งมั่นที่จะให้มีการบังคับ ใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็กและสตรีอย่างจริงจัง เช่น กฎหมาย ขจัดความรุนแรงในครอบครัว กฎหมายสุขภาพอนามัยเจริญพันธุ์ เป็นต้น สร้างสังคมปลอดภัย เพื่อ เยาวชนและครอบครัวเข้มแข็งใน 4 ปีข้างหน้า ...จะผลักดันให้รัฐบาลส่งเสริม ความรู้และอาชีพให้กับสตรีเพื่อ พึ่งพาตนเองได้
          นับได้ว่าเป็นย่างก้าวอันก้าวหน้าของประวัติศาสตร์การเมืองประเทศไทย ที่ผู้หญิงสามารถเข้ามานั่งในสภา ซึ่งเป็นการยอมรับ และยกระดับสถานภาพสตรีให้มีบทบาท ในทางการเมืองและสังคมมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการกระตุ้น ให้ผู้หญิงหันมาสนใจทำงาน ด้านการเมืองมากขึ้นอีกด้วย