หญิงเหล็กคนแรกของกาฬทวีป เอลเลน จอห์นสัน เซอร์ลีฟ |
|
| เอลเลน จอห์นสัน-เซอร์ลีฟ (Ellen John-Sirleaf) สามารถชนะ คะแนน ในการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2548 ไปได้ด้วยคะแนนสูงถึงร้อยละ 91 ของชาวไลบีเรียทั้งหมด |
| เอลเลน จอห์นสัน-เซอร์ลีฟ ถือเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของทวีปแอฟริกา และยัง เป็น ผ้นำ หญิงที่เคยถูกตัดสินจำคุกถึงสองครั้งด้วยข้อหาทางการเมือง ซึ่งนั่นอาจจะเป็น เหตุผล ที่ทำให้เธอ มองว่า ประเด็นทางมนุษยธรรม และความมั่นคงของประชาชน คือสิ่งที่ ชาวไลบีเรียต้องแก้ไขโดยด่วน และปัญหา ที่รองลงมาคือเรื่องเศรษฐกิจของประเทศ |
| การประกาศว่าจะรื้อฟื้นการสืบสวนคดีละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งเกิดขึ้นตลอด 14 ปี ที่สงคราม กลางเมือง กินเวลา ยืดเยื้อยาวนานในไลบีเรีย ทำให้ประธานาธิบดีคนใหม่ ได้รับเสียงปรบมือต้อนรับ อย่างอบอุ่น จากประชาชนทั่วโลก และจอห์นสัน-เซอร์ลีพ ก็ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้กล้าที่คิดจะจัดการ'ผ่าตัด' ปัญหาความรุนแรงที่สุมอยู่ภายในประเทศ |
| ด้วยการเผชิญหน้าและยอมรับความจริง |
|
| ถึงแม้การรื้อฟื้นคดีจะไม่มีผลในการลงโทษ เพราะเกินกำหนดอายุความไปแล้วก็ตามที แต่ความมุ่งมั่น ในการ เปิดเผยเรื่อง ทุกอย่างใหม่กระจ่างก็ถือเป็นการบำบัดความเจ็บปวดของชาวไลบีเรีย ที่ต้องทนทุกข์ทรมาน อยู่กับสงคราม กลางเมืองมาเป็นเวลานาน |
| การดำรงอยู่ในตำแหน่งของจอห์นสัน-เซอร์ลีฟ สร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีให้แก่ผู้หญิง แอฟริกัน จำนวน ไม่น้อย เพราะเธอ เป็นเสมือนตัวแทนที่คอยเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชนที่ถูกหลงลืม และการเป็นผู้นำหญิงคนแรก ก็ช่วยให้ทัศนคติ การแก้ปัญหา ความขัดแย้งทางการเมืองด้วยความรุนแรง ลดลงไปได้บ้าง เพราะผู้นำคนใหม่ ของ ไลบีเรียนิยม ใช้แนวทางแก้ปัญหาแบบ สันติวิธี มากกว่า แต่ขณะเดียวกัน ก็มีความมุ่งมั่นมากพอที่จะต่อสู้ และทำงาน อย่างหนัก ซึ่งก็คือที่มาของฉายา "หญิงเหล็ก" ที่เธอถูก ขนานนาม นั่นเอง จอห์นสัน เซอร์ลีฟ เคยเผชิญเรื่องราวร้าย ๆ มาแล้วมากมายในช่วที่บ้านเกิด ตกอยู่ในยุคทมิฬ เธอเคยถูกคุมขังนานถึง 2 ปี และหนีรอดจากการถูกข่มขืน และการ สังหาร มาได้ อย่าง หวุดหวิด เธอไม่ยอมแพ้พ่ายต่อสิ่งที่เกิดขึ้น หากแต่ลุกขึ้นมาต่อสู้ พร้อมคำ ปฏิญานว่า จะสร้าง สิ่งที่ดีกว่า ให้แก่อนาคต เธอคาดหวังว่าจะสำเร็จของเธอบนถนนการเมือง จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับผู้หญิง ทั่วโลก และให้คำมั่นว่า เธอจะสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวให้เกิดขึ้นในประเทศ นำพาประเทศ สู่สันติภาพ หลังจาก ประเทศ จมปลักอยู่กับสงครามกลางเมือง และการปฏิวัติมานานกว่า 25 ปี จะยืนหยัด และต่อสู้กับการฉ้อราษฎร์บังหลวง |
| เอเลน จอห์นสัน เซอร์ลีฟ มักจะเรียกตัวเองว่า "แม่" อยู่บ่อย ๆ ในช่วงที่เธอออกหาเสียง และเธอมักเปรียบเปรยว่า ไลบีเรีเป็น เหมือน "ลูกที่ป่วย และเป็นลูกที่ต้องการความรัก ความอบอุ่น ดูแล เอาใจใส่จากผู้เป็นแม่" ผู้เชี่ยวชาญวงการ การเมืองชี้ว่า นางเซอร์ลีฟ มีแต้มต่อเหนือคู่แข่งที่เป็นชาย เพราะเธอกลายเป็น "สัญลักษณืความเป็นแม่" ในประเทศ ที่กำลังหวังว่า ผู้หญิงเท่านั้นจะเป็นผู้มาช่วย เยียวยารักษาบาดแผลความรวดร้าว ที่สงครามและการปกครอง เผด็จการ ยัดเยียดสู่บ้านเกิดของพวกตน |
| นางโรซาลีน แม็คคาธี ผู้นำกลุ่มองค์กรเพื่อผู้หญิงในประเทศเซียร์ราลีโอน ให้ความเห็นว่า "ไลบีเรียเคยตก อยู่ใน ภาวะสงคราม นานถึง 15-20 ปี ถึงตอนนี้คนก็เลยเริ่มเห็นว่า ผู้นำที่เป็นผู้ชาย ก่ออะไรขึ้นมาบ้าง พวกเขาเริ่มคิดว่า หากได้ผู้ใหญ่งมาเป็นผู้นำ ทุกอย่าง น่าจะดีขึ้น" นางแม็คคาธีย้ำว่า ชาวไลบีเรียเริ่มเชื่อกันว่าผู้ชายมีสมอง ไว้คิดเรื่อง สงคราม ส่วนผู้หญิงจะเป็นผู้สร้างสันติภาพ |
| |