ชีวิตที่ (อยาก) เลือกได้ในแดนซากุระ |
|
| ฟูจิโอะ เป็น 1 ในประชาชน 7,000 - 10,000 คนของญี่ปุ่น ที่เชื่อว่าตัวเองเกิดมา ผิดเพศ และถือเป็นชนกลุ่มน้อยด้านเพศ ที่เคยมีชีวิตอยู่แบบหลบเร้นจากสายตาของสังคม |
| แต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การผ่าตัดแปลงเพศครั้งแรก ในแดน อาทิตย์อุทัย เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2531 ห้าปีหลังจากนั้น นักการเมืองรักร่วมเพศ และ นักการเมือง ที่ผ่าตัดแปลงเพศ ได้รับเลือกเข้าสู่สภา ปีต่อมา มีการบังคับใช้กฎหมายฉบับ ประวัติศาสตร์ ที่อนุญาตให้ผู้ที่ผ่าตัดแปลงเพศ สามารถเปลี่ยนเพศ ที่ระบุในเอกสาร ราชการได้ ความคืบหน้าเหล่านี้ เป็นผลจากการต่อสู้หลังกฉาก ยาวนานหลายปี ทำให้ |
| ชนกลุ่มน้อย ทางเพศมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น และเต็มใจมากขึ้น ที่จะก้าวออกจากหลืบมุมที่เคยซ่อนตัว |
|
| "การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เป็นสิ่งที่เรารอคอยมานาน ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ทำให้ผู้คนได้คิดว่า ในเมื่อประเทศ ยังยอมรับ พวกเราได้ ประชาชนทั้งหมดก็ต้องยอมรับได้ด้วยเหมือนกัน" ขณะเดียวกันผู้แปลงเพศ มีความสุข กับเสรีภาพ ที่เพิ่มขึ้น แม้ยังไม่พอใจนัก กับกฎระเบียบที่ยังไม่อาจแก้ไขได้ |
| ฟูจิโอะเล่าว่า สมัยสาว ๆ เขาต้องอดกลั้นความปรารถนาที่จะใช้ชีวิตแบบผู้ชาย แถมต้องไปแต่งงาน กับผู้ชาย ในที่ทำงาน และให้ กำเนิดทารกเพศหญิง 2 คน เก้าปีต่อมาคือ ในปี พ.ศ.2543 ฟูจิโอะตัดสินใจหย่า และใช้ชีวิตแบบ ผู้ชาย กระนั้นก็ดีการตัดสินใจนั้น นำมาซึ่งความเจ็บปวดใหญ่หลวง เพราะครอบครัวสามีเก่าไม่อนุญาต ให้เขาไปเยี่ยมลูก แม้แต่ครั้งเดียวนับจากหย่าขาดเมื่อ 4 ปีที่แล้ว |
| "แน่นอน มันยากแต่เราต้องทำให้สังคมยอมรับวิถีชีวิตแบบนี้ บางทีอีก 10 ปี ผมอาจได้เห็นหน้าลูก ๆ ก็ได้" |
| การกล้าแสดงตัวตนมากขึ้น และการแก้ไขกฎหมายเป็นส่วนหนึ่งของกระแสหลักของญี่ปุ่น ในการให้เสรีภาพ ส่วนบุคคลมากขึ้น เทคโนโลยีและขนบธรรมเนียมล้วนมีบทบาทต่อพัฒนาการนี้ อินเทอร์เน็ตเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับ วิถีชีวิตทางเลือกสำหรับคนรุ่นก่อน ที่ต้องถูกสังคมกีดกัน ขณะเดียวกันการที่ญี่ปุ่น ไม่มีคำตำหนิ ติเตียนทางศาสนา ต่อชนกลุ่มน้อยทางเพศ ทำให้การเปลี่ยนแปลงเพศง่ายขึ้น การกล้าแสดงตัวตนมากขึ้น เป็นปรากฎการณ์ที่ตรงข้าม อย่างสิ้นเชิง กับประสบการณ์ขงฟูจิโอะ ที่เติบโตมาในยุคที่ไม่ค่อยมีใครพูดเรื่อง การแปลงเพศ |
| "คนแปลงเพศเหมือนตกอยู่ในสถานการณ์หนีเสือปะจระเข้ ถ้าเราเปิดเผยตัวตน การงานและชีวิตความเป็นอยู่ อาจตกอยู่ใน ความเสี่ยง แต่ถ้าเฉยไว้สังคมย่อมไม่มีวันเปลี่ยนแปลง" อายะ คามิกาวะ นักการเมืองแปลงเพศ คนแรก และคนเดียวของแดนซากุระกล่าว |
| นับตั้งแต่ปี พศ.2546 คามิกาวะ หญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นชายอกสามศก มีบทบาทสำคัญในการล็อบบี้ เพื่อให้ เกิดการ เปลี่ยนแปลง ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ซึ่งรวมถึงกฎหมายการแปลงเพศ เธอประสบ ความสำเร็จ ในการล็อบบี้ เพื่อให้มีการยกเลิก การเอ่ยถึงเพศอย่างไม่จำเป็นในเอกสารราชการ |
| ตัวอย่างเช่น ภายใต้กฎหมายปี พ.ศ.2547 มีเพียงผู้ยื่นคำร้องที่ไม่เคยผ่านการแต่งงาน หรือการมีบุตรเท่านั้น ที่สามารถเปลี่ยน การระบุเพศ อย่างเป็นทางการได้ ผู้ยื่นคำร้องจะต้องผ่านการผ่าตัดแปลงเพศแล้ว และได้รับการตรวจ รับรองจากแพทย์สองคนว่า มีอาการที่เรียกว่า ความผิดปกติในเอกลักษณ์ทางเพศ จากข้อมูลของกระทรวงยุติธรรม ญี่ปุ่นระบุว่า ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2547 กฎหมายฉบับประวัติศาสตร์มีผลบังคับใช้ จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2548 มีประชาชนจำนวน 151 คน ไปทำเรื่องขอเปลี่ยนเพศ อย่างเป็นทางการ แต่สำหรับฟูจิโอะ ไม่สามรถดำเนินการ เรื่องดังกล่าวได้ เนื่องจากมีบุตรกับอดีตสามี |
| การแปลงเพศถือเป็นเรื่องน่าอับอายอย่างยิ่งในญี่ปุ่น ผู้แปลงเพศหลายคนบอกว่า พวกเขาไม่มั่นใจที่จะไปสมัครงาน หรือแม้แต่ ไปหาหมอฟัน เพราะกลัวว่าเพศที่แท้จริงจะถูกเปิดเผยจากเอกสาร อาทิ บัตรประกันสุขภาพ ผู้แปลงเพศยังพบ ประสบการณ์การถูกปิดกั้น มากกว่านั้น เพราะบางคนเป็นเกย์หรือเลสเบี้ยน |
| "เราไม่มีกฎหมายปกป้องหรือเป็นหลักประกันใด ๆ ซึ่งทำให้เรากังวลมาก" เอกิ โนมิยะ ที่เกิดมาเป็นผู้ชาย แต่ตอนนี้กลายเป็น ผู้หญิง ที่ใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิง แต่ยังไม่ได้ผ่าตัดแปลงเพศอย่างสมบูรณ์" โนมิยะ บอกว่า สิ่งแรก ที่ญี่ปุ่นต้องทำก็คือ ยอมให้สิทธิทาง กฎหมายบางอย่างแก่คู่ชีวิตที่ไม่ได้แต่งงานเหมือนกับกฎหมายเอกภาพพลเมืองปี พ.ศ.2542 ของฝรั่งเศส แต่ในมุมมองของเจ้าหน้าที่ บ้านเมืองญี่ปุ่นยังไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ถึงขั้นนั้น |
"นี่เป็นปัญหาที่ซับซ้อนและก่อให้เกิดความขัดแย้งเป็นวงกว้าง ซึ่งจำเป็นต้องปฏิบัติด้วยความรอบคอบ และผม
ไม่เห็นว่าคน จำนวนมาก สนับสนุนให้มีการปฏิรูปกฎหมายในขณะนี้" คูนิโอะ โคอิดะ ที่ปรึกษาสำนักงานกิจการพลเมือง กระทรวงยุติธรรม กล่าว อย่างไรก็ตาม ชนกลุ่มน้อยด้านเพศยังคิดว่าพวกเขาได้รับชัยชนะบางอย่าง |
|
คานาโกะ โอสึจิ นักการเมืองญี่ปุ่นคนแรกที่เปิดเผยตัวว่าเป็นพวกรักร่วมเพศ ประสบความสำเร็จ ในการล็อบบี้ ให้มีการแก้ไข กฎหมายท้องถิ่น เพื่ออนุญาตให้คู่ครอง ที่ไม่ได้แต่งงานทำเรื่องขอซื้อบ้าน ของการเคหะได้ ซึ่งในที่นี้ครอบคลุมถึงเกย์ และพวก แปลงเพศ ด้วย |
| "คนรุ่นฉันเป็นรุ่นแรกที่พูดถึงสิทธิของคนกลุ่มน้อยทางเพศ ในแนวทาง ที่มี ความหมาย" โอสึจิ ที่ยึดครองเก้าอี้ใน สภาเขตโอซากามาตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 กล่าว เมื่อพิจารณากฎหมาย การยอมรับ สถานะผู้แปลงเพศ ในหลายประเทศ |
| |
| สหราชอาณาจักร (อังกฤษ) เดิมศาลสหราชอาณาจักร ไม่ยอมรับสถานะผู้ผ่าตัด แปลงเพศ โดยถือว่า ยังคงอยู่ในสถานะในเพศเดิม จึงไม่อาจทำการจดทะเบียนสมรส เปลี่ยนชื่อ หรือใช้สิทธิตามเพศใหม่ได้ แต่ในปี พ.ศ.2547 สหราชอาณาจักรได้ออกกฎหมาย ยอมรับสถานะผู้แปลงเพศ (Gender Recognition Act 2004) ให้ผู้ผ่าตัด แปลงเพศ ได้ในสถานะทางกฎหมาย ตามเพศใหม่หลังผ่าตัดแล้วโดยมีสิทธิ |
|
| ต่าง ๆ ตามเพศใหม่ทุกประการ อาทิ การสมรส การแก้ไขเอกสารทางทะเบียน สามารถเข้าแข่งขันกีฬา ในเพศใหม่ได้ แต่ไม่เสียสิทธิในเพศเดิมก่อนการผ่าตัด โดยมีเงื่อนไขคือ บรรลุนิติภาวะ (อายุ 18 ปี) มีอาการเอกลักษณ์ผิดเพศ (GID) ใช้ชีวิตในอีกเพศมาไม่น้อยกว่า 2 ปี ตั้งใจจะอยู่ในเพศใหม่จนกระทั่งเสียชีวิต ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ เป็นต้น |
| สำหรับประเทศอื่น ๆ ในทวีปยุโรป จำนวน 39 ประเทศ มีเพียงประเทศแอลเบเนีย และอัลดอร์รา เท่านั้น ที่ไม่มีกฎหมายยอมรับ สถานะผู้ผ่าตัดแปลงเพศ นอกนั้นจะมีกฎหมายดังกล่าวทั้งสิ้น |
| โดยราชอาณาจักรสวีเดน เป็นประเทศแรกที่มีกฎหมายยอมรับสถานะผู้แปลงเพศ ภายใต้ชื่อ กฎหมายการตัดสินใจ เลือกเพศ (Lag om andrine i ILagen SFS 1972:119) นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเทศ ที่มีกฎหมายยอมรับ สถานะผู้แปลงเพศ ได้แก่ ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม (1979) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (Das Transssexuellen- gesetz 1980) สาธารณรัฐอิตาลี (1982) ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ (1985) ลักเซมเบิร์ก (1985) สาธารณรัฐสเปน (1987) โดยบางประเทศออกเป็นกฎหมายเฉพาะ บางประเทศ บัญญัติรวมไว้ในประมวลกฎหมายแพ่ง |
นอกจากประเทศในทวีปยุโรปแล้ว ประเทศในทวีปอื่น ก็มีการบัญญัติกฎหมายยอมรับสถานะทางเพศเช่นเดียวกัน อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา เครือรัฐออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สาธารณรัฐอินเดีย สิงคโปร์ ปากีสถาน
นามิเบีย (Das Standesamt-StAZ1974) (ประเทศแรกในทวีปแอฟริกา) อียิปต์ แอฟริกาใต้ ปานามา จะเห็นได้ว่า นานาอารยประเทศมีกฎหมาย ยอมรับสถานะผู้ผ่าตัดแปลงเพศแล้ว แต่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับ จึงทำให้บุคคลที่แปลงเพศไม่ได้รับความคุ้มครองตาม เพศใหม่ของตน |