| สถานการณ์และสตรีดีเด่นในประเทศ |
| ปัจจุบันหญิงไทยสนใจการเมืองมากΆΦιΉ และได้รับการยอมรับมากขึ้น ทั้งในฐานะ "ส.ส." "ส.ว." "รัฐมนตรี" และอีกหลาย ๆ ตำแหน่งทั้งในฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และมีหญิงเก่งทางการเมืองมากหน้าหลายตา แต่นักการเมืองหญิงยังมีบทบาททางการเมืองต่ำ และถูกหลายประเทศเพื่อนบ้านแซงหน้า และจากการจัดอันดับการมีส่วนร่วมของสตรีในแวดวงการเมือง พบว่าประเทศไทยรั้งอันดับที่ 113 จากทั้งหมด 185 ประเทศทั่วโลก ดดยมีหลายประเทศในเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แซงหน้า ยกเว้นเพียงกัมพูชา มาเลเซีย และญี่ปุ่นเท่านั้น |
| อย่างไรก็ตามถือได้ว่าผู้หญิงในสังคมไทย มีบทบาททางการเมืองเพิ่มขึ้น นอกจากแวดวงทางการเมืองแล้ว ยังมีผู้หญิงไทย อีกหลายท่านที่เก่ง มีความสามารถ และได้รับการยอมรับทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ทั้งในเรื่องการทำประโยชน์ต่อสังคม เป็น
นักธุรกิจสตรีดีเด่น นักวิชาการที่มีชื่อเสียง สำหรับในปี พ.ศ.2549 มีสตรีไทยที่มีชื่อเสียงดีเด่น ดังต่อไปนี้ |
 |
ดร.สายสุรี จุติกุล ผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกคณะกรรมการ ประจำ อนุสัญญา ว่าด้วยการขจัด การเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ
(Committee on the Elimination of Discrimi nation Against Women - CEDAW) ของสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุมรัฐสภา คือ อนุสัญญาฯ สมัยที่ 14 ในวันที่ 23 มิถุนายน 2549 ณ สำนักงานใหญ่ สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ประเทศ สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีผู้สมัครทั้งสิ้น 23 ประเทศ ได้รับการ เลือกตั้ง 12 ประเทศ โดย |
| ดร.สายสุรี จุติกุล ΌΩιΚΑΡ¤Γ ของ ประเทศไทย ได้รับ เสียงสนับสนุน 100 เสียง ได้คะแนนเสียงเป็นลำดับที่ 9 จากการ ลงคะแนน ของเอกอัครราชฑูตผู้แทนถาวร ของประเทศต่าง ๆ จำนวน 183 ประเทศ |
|
| และมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 - 31 ธันวาคม 2553 ประเด็นการขจัดการ เลือกปฏิบัติ ต่อสตรี เป็นาระที่สหประชาชาติ กำลังให้ความสำคัญมากในขณะนี้ และ CEDAW เป็นอนุสัญญาระหว่าง ประเทศหลัก ด้านการปกป้อง สิทธิสตรี เป็นกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นกลไกของสหประชาชาติ ที่ใช้ในการกำกับ ติดตามการดำเนินงานของประเทศต่าง ๆ เพื่อเป็นการ ประกันสิทธิ มนุษยชนของสตรีว่าจะไม่ถูกกีดกัน หรือได้รับ การปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม และยังเป็นหลักการ ขั้นพื้นฐาน ให้รัฐภาคีใช้ ในการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมคุ้มครอง และพิทักษ์สิทธิมนุษยชน ของสตรี ปัจจุบันมีรัฐภาคีทั้งหมด 183 ประเทศ ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาดังกล่าว โดยการภาคยานุวัติ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2528 |
| ดร.สายสุรี เกิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2478 จบปริญญาตรีด้านดนตรีและการศึกษา ณ Whitworth College, Spokane กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ.2490 ปริญญาโทด้านการบริหารการศึกษา (ปี พ.ศ.1491) และปริญญาจิตวิทยาการศึกษา และการให้คำปรึกษาแนะนำ (ปี พ.ศ.2495) ณ Indiana University สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านเด็กและสตรี ในประเทศไทย และเวลากว่า 50 ปี ที่ ดร.สายสุรี ทำงานเรื่องปัญหาเด็ก และสตรีอย่าง "จริงจัง" และ "จริงใจ" รวมทั้ง ดำรงตำแหน่งเป็น |
| - ประธานคณะอนุกรรมการประสายการแก้ไขปัญหาการแก้ไขเด็กและผู้หญิฝง |
| - คณะกรรมการทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และอนุสัญญาสิทธิเด็ก |
| - คณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ |
| - คณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีและครอบครัวแห่งชาติ |
| - ที่ปรึกษาสภาการศึกษาแห่งชาติ |
| - คณะกรรมการพัฒนาผู้ด้อยโอกาส |
| - ประธานมูลิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย |
| นอกจากนี้เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในเวทีระหว่างประเทศ เช่น สมาชิกคณะกรรมการอนุสัญญา ว่าด้วยสิทธิ เด็กแห่ง สหประชาชาติ (Convention on the Rights of the Child - CRC) ระหว่าง ปี พ.ศ.2544 - 2548 สิ่งที่ทำให้เธอ หนักใจไม่ใช่เนื้องาน หรือภารกิจแต่เป็นเรื่องของ "ความสัมพันธ์" กับผู้ร่วมงานใหม่ ซึ่งเธอเชื่อในการทำงานที่เป็น "ทีมเวิร์ก" |
| เธอกล่าวว่า "ดิฉันคงไม่ห่วงเรื่องอะไร แต่สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ต้องศึกษาก่อนว่า คณะกรรมการคนเก่า เขามี ลักษณะการ ทำงาน และมีเจตคติอย่างไรกับงานที่ทำ เพราะก็ต้องยอมรับว่า ลักษณะการทำงาน ของแต่ละคน ไม่เหมือนกัน ซึ่งหากไม่ทำความเข้าใจ ก็อาจจะเกิดการหมั่นไส้ คิดว่าเราเก่งมาจากไหน ซึ่ง ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะงานเรื่องเด็กและสตรีทำคนเดียวไม่สำเร็จแน่ ๆ" |
| สำหรับประเด็นที่อยากผลักดันมากที่สุด ดร.สายสุรี บอกว่า มี 5 เรื่อง คือ |
| 1. พัฒนาสตรีให้ทันโลก |
| 2. ผลักดันให้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ระหว่างหญิงชายทั้งในด้านกฎหมาย และทางปฏิบัติ |
| 3. รณรงค์ขจัดความรุนแรงต่อสตรีในทุกรูปแบบ ทั้งทางด้านกาย วาจา และจิตใจ |
| 4. ส่งเสริมให้สตรีมีบทบาท และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องสำคัญ |
| ในขณะที่ "ผู้สูงอายุ" วัยย่างเข้าสู่ 70 ปี ·ΡθΗไป อาจจะทำเป็นต้องลดปริมาณงานลง แต่สำหรับ ดร.สายสุรี กลับตรงกันข้าม เพราะแม้ว่าจะมีปัญหาเรื่อง สายตา และหัวเข่า ก็ยังคงไม่ได้หยุดพัก ยังคงทำงาน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ด้อยโอกาสต่อไป |
| "คนเราเกิดมาสักครั้งหนึ่ง ก็ต้องทำอะไรให้กับสังคมบ้าง อาจเป็นเพราะครอบครัว โดยเฉพาะแม่ ที่ปลูกฝังให้ลูกต้องตอบแทน สังคม และเมื่อเราเห็นว่าเรื่องเด็ก สตรี ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย เป็นเรื่อง ใกล้ตัวที่สุด คุณมีแม่ที่เป็นผู้หญิง คุณมีลูกสาว ลูกชาย ซึ่งคุณก็คง ไม่อยากให้ลูกสายคุณถูกข่มขืน หรือ ลูกชายคุณไปข่มขืนคนอื่น เรื่องเหล่านี้มันใกล้ตัวมากที่สุด" |
| แม้จะมีระยะเวลาดำรงตำแหน่ง 4 ปี ใน "เวทีโลก" แต่ ดร.สายสุรี ก็ยืนยันว่า จะนำประเด็น ที่เป็นปัญหา ในเมืองไทย โยงเข้ากับ วาระการประชุม เพื่อก่อให้เกิดนโยบาย หรือมาตรการให้เป็น ประเด็น สาธารณะให้ มากที่สุด นี้เป็นคำสัญญาของ ดร.สายสุรี จุติกุล ผู้ซึ่งอุทิศตน แด่สังคมอย่างแท้จริง การที่ ดร.สายสุรี จุติกุล ได้รับการเลือกตั้ง ครั้งนี้ จึงนับว่าได้สร้างเกียรติประวัติ ศักดิ์ศรี และความ ภาคภูมิใจ ต่อประเทศไทย และคนไทยเป็นอย่างยิ่ง และถือเป็น โอกาสดีที่หญิงไทย จะได้แสดงบทบาทในเวทีระหว่าง ประเทศ อันจะ นำมา ซึ่งการพัฒนาในด้าน การส่งเสริม ความเสมอภาค และการคุ้มครองและพิทักษ์ สิทธิ มนุษยชนของสตรีในประเทศไทยให้มี ศักยภาพ และมีความเข้มแข็ง ยิ่งขึ้น นอกจากนั้น ยังเป็นการ สร้างภาพลักษณ์·Υθ΄ีให้แก่ประเทศไทย ในการเชื่อมความ สัมพันธ์ ต่อสมาชิก สหประชาชาติ และเป็นการ ส่งเสริมความเข้าใจต่อสาธารณชน ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และเกิดความ ตระหนักในเรื่อง ความเสมอภาค (Equality) การขจัดการเลือกปฏิบัติ ต่อสตรีในทุกรูปแบบ (Non discrimination) และการ ดำเนินการ ให้ความ คุ้มครองสนับสนุน ให้สตรีได้รับสิทธิในด้านต่าง ๆ (State obligation) ซึ่งเป็นหลักการ ขั้นพื้นฐานของอนุสัญญา CEDAW ด้วย |
| |